Showing posts with label ของหวานๆ พื้นฐานการทำขนมอบ. Show all posts
Showing posts with label ของหวานๆ พื้นฐานการทำขนมอบ. Show all posts

Sunday, April 17, 2011

・Caramel cake ・

This is the cake that I never think of making it.
Because of the name 'caramel cake' that makes me think that it's gonna be too sweet.
But the reason that brings me to meet this recipe is my sister.
She is browsing my cake book and found this one so she requested me to do this for her.
And because I'm a good sister (Haha..) so I answer her need.
This recipe is from this book.




เค้กนี้เป็นเค้กที่เจ้าของบล็อกไม่เคยคิดจะทำเลยค่ะ
ด้วยชื่อเค้กคาราเมลทำให้รู้สึกว่ามันจะต้องหวานมากแน่ๆ
แต่ที่ได้ฤกษ์ทำก็เพราะว่าพี่สาวมานั่งเปิดหนังสือเค้กในห้อง แล้วก็มาป๊ะกับเค้กคาราเมลนี้เข้า ก็เลยรีเควสท์มาค่ะ
หันไปหันมา อ๊ะ ของครบ เริ่มทำเลยดีกว่าค่ะ

พูดถึงหนังสือเล่มนี้ซักนิด เจ้าของบล็อกชอบนะคะ เพราะคนเขียนเค้าเขียนละเอียดมากกกกก (มากจริงๆนะเออ)
ถ้าใครเคยอ่านเอ็นทรี่ที่เจ้าของบล็อกทำขนมปังล่ะก็ จะเห็นว่ามีวิธีทำที่ยาวเหยียดสุดๆ
นั่นแหละค่ะ คนเขียนเดียวกันเลย แต่ถึงเค้าจะเขียนยาวๆก็ไม่น่าเบื่อนะคะ เหมือนฟังเพื่อนมาเล่านู่นนี่ให้ฟังดีกว่า
ภาพก็สวยค่ะ (เจ้าของบล็อกกรี๊ดหนังสือทำอาหาร / ขนมที่ภาพสวยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว)
แล้วขนมที่ออกมาก็อร่อยทีเดียวค่ะ ฉะนั้น ถ้าใครกำลังเล็งๆเล่มนี้อยู่ละก็ เชียร์นะคะ


Caramel cake
makes 12 mini cupcakes




Preparation

- Preheat oven at 350 degree Fahrenheit
- Greasing pan with butter (I use oil spray)


เตรียมตัวก่อนอบ

- อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส
- ทาพิมพ์ด้วยเนย (ตามสูตรใช้เนยขาว แต่เจ้าของบล็อกไม่ชอบ เพราะมันล้างออกยากอ่ะค่ะ เลยใช้น้ำมันแบบสเปรย์แทน) พิมพ์เค้กเป็นพิมพ์ทรงสูงนะคะ (เจ้าของบล็อกใช้พิมพ์มินิชีสเค้กค่ะ)


Ingredients : Caramel cake

- Flour 1 cup
- Baking powder 1/2 tsp
- Baking soda 1/4 tsp
- Salt 1/2 tsp
- Butter 1/2 cup
- Caster sugar 1/2 cup (I reduced to 1/3 cup)
- Brown sugar 1/2 cup (I reduced to 1/3 cup)
- Golden syrup 1 tbsp
- Egg 2
- Milk 1/2 cup


ส่วนผสม : เค้กคาราเมล

- แป้งเค้ก 1 ถ้วย
- ผงฟู 1/2 ช้อนชา
- เบกกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- เนย 1/2 ถ้วย
- น้ำตาลทรายป่น 1/2 ถ้วย (เจ้าของบล็อกลดเป็น 1/3 ถ้วยจ้า)
- น้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วย (อันนี้เจ้าของบล็อกก็ลดเป็น 1/3 เช่นกันเด้อ)
- น้ำเชื่อมโกลเด้นไซรัป 1 ช้อนโต๊ะ
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- นม 1/2 ถ้วย


Directions : Caramel cake

- Sifting flour, baking powder, baking soda and salt together.
- Creaming butter then add caster sugar until fluffy (about 5 mins), add brown sugar beat until getting pale brown. Add egg one at a time, add golden syrup beat well.
- Gradually add flour mixture using rubber spatula, add some milk and mix together. Repeat this process until you don't have any flour mixture / milk left.
- Fill the batter in cake pan. Leave about 4 mm. above the batter to rise. Bake for 20 mins. Wait for 3 mins before you get the cake out of the tin. Cool cake on wire rack before serving with caramel sauce.


วิธีทำ : เค้กคาราเมล

- ร่อนแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือด้วยกัน 1 ครั้ง
- ตีเนยที่พักไว้จนมีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิห้องให้ขึ้นฟู เติมน้ำตาลทรายป่นลงไปครึ่งถ้วย ตีด้วยที่ตีไข่ไฟฟ้าจนเป็นครีมฟู (ราว 5 นาที) ใส่น้ำตาลทรายแดงลงไป ตีจนได้ครีมสีน้ำตาลอ่อนๆ ใส่ไข่ไก่ลงไปครั้งละฟอง ตีให้เข้ากันก่อนใส่อีกฟองลงไป เมื่อเข้ากันดีแล้วใส่น้ำเชื่อมลงไป ตีจนเข้ากันดี
- ใส่ส่วนผสมแป้งลงไปทีละน้อย คนให้เข้ากันด้วยพายยาง แบ่งส่วนผสมนมใส่ลงไปส่วนหนึ่ง คนให้เข้ากัน ทำสลับเช่นนี้จนกระทั่งหมดส่วนผสมแป้งและนม
- ตักส่วนผสมที่คนจนได้ที่ลงในพิมพ์ ใส่ส่วนผสมให้ต่ำจากขอบพิมพ์ราว 4 มิลลิเมตร ขนมจะฟูขึ้นมาพอดีขอบ (ต่ำกว่านี้ก็ได้นะคะ เจ้าของบล็อกใส่ต่ำกว่า 1 เซนฯ ยังฟูล้นเลยค่ะ หรือเป็นเพราะพิมพ์เล็กก็ไม่แน่ใจ) นำเข้าเตาอบนาน 20 นาที ทดสอบโดยใช้ไม้จิ้มลงกลางเค้ก ถ้าไม่มีเศษขนมเหลวๆติดมาเป็นใช้ได้ นำออกจากเตาแล้วพักไว้ราว 3 นาที นำออกจากพิมพ์ พักไว้บนตะแกรงให้เย็นก่อนราดด้วยซอสคาราเมล


Ingredients : Caramel sauce

- Butter 8 tsp
- Brown sugar 2/3 cup (I reduced to 1/3 cup)
- Sugar 2/3 cup (I reduced to 1/3 cup)
- Salt 1 tsp
- Water 2 tbsp
- Golden syrup 3/4 cup (I reduced to 1/4 cup)
- Whipping cream 3/4 cup (I reduced to 1/2 cup)


ส่วนผสม : ซอสคาราเมล

- เนยจืด 8 ช้อนชา
- น้ำตาลทรายแดง 2/3 ถ้วย (เจ้าของบล็อกลดเหลือ 1/3 ถ้วยอีกแล้วค่ะ)
- น้ำตาลทรายขาว 2/3 ถ้วย (ลดเป็น 1/3 ถ้วยเหมียนเดิมจ้า)
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
- น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
- โกลเด้นไซรัป 3/4 ถ้วย (ถ้าใส่หมดเกรงว่าจะเป็นเบาหวานก่อนกินเค้กหมดชิ้น ขอลดเหลือ 1/3 ถ้วยนะจ๊ะ)
- วิปปิ้งครีม 3/4 ถ้วย (อันนี้ลดเหลือ 1/2 ถ้วยจ้ะ ตามสัดส่วนของส่วนผสมอื่นๆที่ลดไป)


Directions : Caramel sauce

- Put butter in the saucepan add both kind of sugar, salt, water, and golden syrup. Bring all ingredients to boil and dissolve. Simmer about 3 mins stir with wooden spoon.
- Slowly add whipping cream. Be careful of heat and steam. Stir. Leave to cool.


วิธีทำ : ซอสคาราเมล

- ใส่เนยลงในหม้อเคลือบ ใส่น้ำตาลทั้ง 2 ชนิดลงไปพร้อมทั้งเกลือป่น น้ำ และน้ำเชื่อม เร่งไฟให้แรง คนไปเรื่อยๆจนน้ำเชื่อมเดือด และส่วนผสมทั้งหมดละลายเข้ากันดี ตั้งส่วนผสมไว้ให้เดือดปุดๆ ประมาณ 3 นาที (อย่าให้เดือดพล่าน) โดยราไฟลงเป็นไฟกลาง ระหว่างนั้นให้คนด้วยพายไม้ ยกหม้อลง หรือดับไฟที่เตา
- รินวิปปิ้งครีมลงไปช้าๆ (ไม่ต้องตีก่อน) ระวังควันและไอร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมา ใช้ช้อนไม้ที่มีด้ามยาวคนอย่างเร็ว ขณะเดียวกันก็รินครีมลงไปเรื่อยๆ คนจนเข้ากันดี พักให้เย็นแล้วเก็บไว้ในตู้เย็น ถ้าเหลือใช้ราดไอศครีม ขนามหวาน หรือวาฟเฟิลก็ได้

Enjoy :)

Saturday, July 31, 2010

・My Homemade White Bread ・

เมื่อวานนี้ลองทำขนมปังค่ะ ใช้สูตรของคุณเศรษฐพงศ์ เผ่าวัฒนา จากหนังสือเล่มนี้


ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจค่ะ เนื้อขนมปังเหนียวนุ่มดี ยิ่งทานตอนร้อนๆ ทาเนย หืม.. อร่อยม๊ากกกกส์ (เวอร์ไปมั้ย :b)

ไม่พูดพล่ามทำเพลงแล้วค่ะ เริ่มทำกันเลยดีกว่า
(สูตรค่อนข้างยาวและละเอียดนะคะ ลงไว้เผื่อคนที่ยังไม่ชำนาญ ค่ะ แต่ถ้าใครโปรแล้วก็อ่านข้ามๆได้เลยค่ะ)

・White Bread ・
พิมพ์ขนมปังขนาด 5x9 นิ้ว หรือใหญ่กว่านี้เล็กน้อย ทาเนยขาวในพิมพ์บางๆ (เราใช้น้ำมันแบบสเปรย์ฉีดเอาค่ะ)

ส่วนผสม
ยีสต์ (Instant yeast) 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายป่น 3 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1+ 1/2 ช้อนชา
นมสด 1+ 2/3 ถ้วย
เนยจืดละลาย 2 ช้อนโต๊ะ
(วันที่ทำใช้เนยกระเทียมค่ะ เลยได้ขนมปังกลิ่นกระเทียมด้วย :) หอมดี)
แป้งสาลีสำหรับทำขนมปัง 4+ 3/4 ถ้วย

วิธีทำ
・ แบ่งแป้งออกมาจากสูตร 1 ถ้วย ใส่ลงในอ่างผสม ใส่ยีสต์และน้ำตาลทรายลงไป คนให้เข้ากัน รินนมอุ่นลงไปครึ่งถ้วย (อุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส หรือร้อนในระดับที่หลังมือแตะแล้วทนได้) คนให้เข้ากัน ใส่แป้งลงไปอีกครึ่งถ้วย คนให้เข้ากัน
・ นำเนยละลายที่ยังอุ่นและเกลือเติมลงในส่วนผสมนมที่เหลือ คนให้เข้ากันกด้วยพายยาง รินนมครึ่งถ้วยลงในอ่างแป้ง คนให้เข้ากัน ใส่แป้งลงไปอีก 1 ถ้วย คนพอให้แป้งเกาะเป็นก้อน รินนมลงไปอีก ทำสลับกันเช่นนี้ให้จบที่ส่วนผสมแป้ง
(แต่ถ้าหมดสูตรตวงแล้ว แป้งยังเป็นก้อนแฉะๆ ให้เติมแป้งลงไปอีกทีละน้อย จนก้อนแป้งเกาะตัวและไม่ติดกับอ่างผสม แต่ถ้าก้อนแป้งแห้งเกินไป ให้เติมนมอุ่นครั้งละ 1-2 ช้อนชา)
・โรยแป้งสาลีทำนวลที่หน้าโต๊ะ นำก้อนแป้งนวดกับหน้าโต๊ะ โดยใช้สองมือวางทาบลงไปบนก้อนแป้ง ผลักออก โดยใช้สันมือบังคับแป้ง ดึงกลับเข้าหาตัว โดยใช้ปลายนิ้วบังคับ ผลักออก ดึงเข้า ทำเช่นนี้จนก้อนแป้งเป็นรูปยาว (เหมือนเราปั้นดินน้ำมันเป็นแท่งยาวๆ) ทบสองข้างของแป้งเข้ามาตรงกลาง นวดในจังหวะเดิมอีก

*แต่ละคนจะมีเทคนิคการนวดแป้งแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ก็ต้องอาศัยหลักการยืดก้อนแป้งและรวมก้อนแป้งเช่นนี้ หรือจะใช้มือซ้ายยึดปลายก้อนแป้ง แล้วใช้สันมือขวาผลักก้อนแป้งออก ดึงกลับด้วยปลายนิ้วมือขวา หรือใช้เครื่องผสมอาหาร หรือเครื่องตีไข่ที่นวดขนมปังก็ได้ แต่ควรเป็นเครื่องขนาดใหญ่ เพราะแรงของมอเตอร์ที่มีมาก จะทำให้นวดได้ดีกว่าเครื่องขนาดเล็ก

・นวดขนมปังประมาณ 10 นาที (ถ้านวดด้วยมือ) สังเกตดูว่าผิวก้อนแป้งตึง หรือมือแรงต้นตึงๆเมื่อกดลงไป แสดงว่ายีสต์ทำงาน ให้นำไปหมักครั้งแรกในอ่างผสมที่สะอาดโดยทาไขมัน (เนยขาว - เราใช้สเปรย์น้ำมันอีกเช่นเคย) บางๆที่อ่างผสม เพื่อกันแป้งติด คลุมปากอ่างด้วยผ้าบางและสะอาดที่ชุบน้ำบิดหมาดไว้ ทับด้วยจานใบใหญ่ๆที่ปิดฝาอ่างได้ เพราะยีสต์ชอบที่มืดและอุ่น นำอ่างผสมวางไว้ในที่ที่ไม่ถูกแสงแดด อุณหภูมิที่เหมาะกับการหมักแป้งคือ 30 องศาเซลเซียส ไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดมากนักก็ได้ แต่ถ้าเย็นกว่านี้อาจต้องใช้เวลาหมักนานกว่าที่กำหนด
・หมักแป้งไว้ราว 1 ชั่วโมง หรือจนแป้งขึ้นฟูประมาณ 2 เท่า
・ ทาเนยขาวบางๆที่หน้าโต๊ะและไม้นวดแป้งหรือขวดทรงกระบอก นำแป้งออกมาวางบนโต๊ะ คลึงแป้งให้แผ่เป็นแผ่นเพื่อไล่อากาศออก (ช่วงนี้ฟองอากาศข้างในแป้งแตกดังโป๊ะๆ สนุดกีค่ะ) จากนั้นม้วนแป้งเป็นแท่งแน่นๆ ทบสองข้างแป้งเข้าหาตรงกลาง นวดแป้งตามวิธีนวดโดยใช้มือ พอให้แป้งรวมเป็นก้อนกลม พักแป้งไว้ราว 10 นาที
・คลึงแป้งด้วยไม้นวดแป้งให้แผ่เป็นแผ่นกว้างราว 8x15 นิ้ว ม้วนตามความกว้างให้แน่น จะได้แท่งก้อนแป้งขนาด 8 นิ้วหนึ่งก้อน นำแป้งใส่ลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ ให้ด้านที่เป็นตะเข็บหรือบริเวณปลายแผ่นแป้งมาบรรจบคว่ำลงก้นพิมพ์ นำไปพักในที่ที่เหมาะสมข้างต้น ปล่อยให้แป้งฟูขึ้นเป็นสองเท่า หรือราว 1 ชั่วโมง นำเข้าเตาอบนาน 45 นาที (ของเราแค่ประมาณ 30 นาทีล่ะ)
・นำขนมที่อบเสร็จแล้วออกจากเตา พักไว้ 5 นาที ก่อนนำออกจากพิมพ์ พักไว้บนตะแกรง

*หมายเหตุ: ขนมปังขาวสูตรรนี้เนื้อขนมปังจะนุ่มและแน่น มีน้ำหนัก ไม่เบาฟูเหมือนขนมปังที่ทำในระบบอุตสาหกรรม ปล่อยให้เย็นก่อนจึงใช้มีดฟันเลื่อย "เลื่อย" ขนมปังเป็นแผ่นๆตามจำนวนที่ต้องการรับประทาน (ผู้เขียนใช้คำนี้เพราะถ้าใช้คำว่า "ตัด" มักเข้าใจว่าใช้มีดตัดลงไปตรงๆ ซึ่งจะทำให้เนื้อขนมปังยุ่ย) ไม่ต้องเลื่อยออกมาเป็นแผ่นหมดทั้งก้อน เวลาจะรับประทานจึงนำมาเลื่อยแล้วปิ้ง จะสดเหมือนทำใหม่ขนมปังชนิดนี้เก็บไว้ในตู้เย็นได้หลายวัน

ขอแถมจากในหนังสือนิดนึงนะคะ เนื่องด้วยเจ้าของบล๊อกไม่เคยอบขนมปังก็เลยไม่รู้ว่าขนมปังสุกเนี่ย เค้าดูกันยังไง ก็เลยลอง search ดู เพื่อนๆคนอื่นแนะนำว่าให้เอาออกจากเตาอบแล้วเคาะดูค่ะ ถ้าเสียงกลวงๆ ก็แปลว่าสุกแล้ว แต่เอิ่ม.. เจ้าของบล๊อกลองเอามาเคาะจนมือพองยังไม่รู้เลยค่ะ ว่านี่เรียกว่ากลวงรึยัง -____-'
และด้วยความที่ทำแต่เค้ก ตอนหยิบออกมาจากเตาครั้งแรก ลองจับผิวขนมปังดูแล้วมันแข็งมาก ตอนนั้นอยากร้องไห้เลยค่ะ คิดในใจว่าเจ๊งแน่แล้ว ฮือ... T . T

เลยคิดว่าไม่เอาแล้ว อบอีกแป๊บเดียว แล้วก็เอาออกมาเลย

แต่ปรากฏว่าพอขนมปังเริ่มเย็นมันก็นิ่มขึ้นอ่ะค่ะ แหะ ก็เค้าไม่รู้ง่ะ :b

ต้องสารภาพว่าตอนแรกไม่ค่อยกล้าทำขนมปังเท่าไหร่ เพราะกลัวทำเจ๊งอ่ะค่ะ แถมใช้แป้งเยอะมากเลย ถ้าเจ๊งคงเสียดาย แต่พอลองทำดูแล้วสำเร็จก็รู้สึกภูมิใจดีนะคะ ยิ่งเวลาที่เราพักแป้งไว้ แล้วกลับมาดูอีกทีมันฟูจนล้นพิมพ์เนี่ย กรี๊ดเลยค่ะ มันอะเมซิ่งมาก (ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นเหมือนกันรึเปล่า)


ใครที่ยังกล้าๆกลัวๆอยู่ ลองดูนะคะ สนุกดีค่ะ แถมตอนนวดแป้งก็ได้ออกกำลังดีด้วยล่ะ :)